จุดประสงค์ของการประดิษฐ์คอมในสมัยแรกนั้น เพื่อจะให้คอมพิวเตอร์ทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ เช่น การคำนวณเลข ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขจำนวนมากๆ มนุษย์จะใช้เวลาในการคำนวณมากและมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้มาก ในขณะที่คอมพิวเตอร์ สามารถคำนวณได้เร็วกว่า อีกทั้งยังมีความแม่นยำและมีความผิดพลาดน้อยกว่ามนุษย์กระทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงจะต้องทำงานกันเป็นหมู่คณะ หรือ ทีมเวิร์ค (teamwork)คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ computernetwork แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ computernetwork แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable)

          
สายโคแอ็กเชียล(Coaxial Cable)  มีลักษณะคล้ายกับสายเคเบิลทีวีคือ มีแกนกลางเป็นทองแดง
ห่มหุ้มด้วนฉนวน แล้วหุ้มด้วยตาข่ายโลหะ ชั้นนอกสุดเป็นวัสดุป้องกันสายสัญญาณ สายประเภทนี้นิยมใช้มากในเครือข่ายสมัยแรกๆ แต่ปัจจุบันไม่มียมใช้แล้ว เปลียนไปใช้สายคู้บิดเกลียวแทน

สายสัญญาณ

ปัจจุบันมีสายสัญญาณที่ใช้เป็นมาตราฐานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อยู่ 3 ประเภทคือ
สายสัญญาณแต่ละประเภทมีทั้งข้อดีละข้อเสียงแตกต่างกันไป และเหาะกับการใช้างานในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งการเลือกใช้สายสัญญาณเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับประเภทและแบนด์วิธของเครือข่าย รวมทั้งงบประมาณด้วย




เน็ตเวิร์การ์ด


เน็ตเวิร์คการ์ดเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย  ส่วนใหญ่จะเรียกว่า NIC
(Network Interface Card) หรือบางที่ก็เรียกว่า LAN การ์ด (LAN Card) อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่แปลงข้อมูลออกแบบให้ใช้กับเครือข่ายประเภทต่างๆ เช่น อีเธอร์เน็ตการ์ด โทเคนริงการ์ด เป็นต้น การ์ดแต่ละประเภท อาจใช้ได้กับสายสัญญาณบางชนิดเท่านั้น หรืออาจใช้ได้กับสัญญาณหลายชนิด
เน็ตเวิร์คการ์ดจะติดตั้งกับคอมพิวเตอร์โดยเสียบเข้ากับช่องบนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ ส่วนมากคอมพิวเตอร์ที่ผลิตในปัจจุบันจะมีเฉพาะช่อง PCI ซึ้งจะใช้บัสขนาด 32 บิต อย่างไรก็ตามยังมีคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ยังมีช่องแบบ ISA อยู่ ซึ้งมีบัสขนาด 16 บิต การ์ดที่เป็นแบบ ISA จะประมวลผลข้อมูลช้ากว่าแบบPCI
   


LAN card ISA
LAN card PCI





    อัตราข้อมูลที่สามารถส่งผ่านได้มีหลายระดับ เช่น 10 Mbps. 100 Mbps หรือ 1,000 Mbps บางการ์ดอาจทำงานได้ที่ความเร็วเดียว ส่วนบางการ์ดอาจสามารถทำงานได้หลานระดับความเร็ว เช่น การ์ดที่ระบุว่าเป็นแบบ 10/100 Mbps หมายความว่าการ์ดนี้ใช้ได้กับเครือข่ายที่มีความเร็วทั้ง 10 Mbps  และ 100 Mbps การเลือกอันตราข้อมูลขึ้นอยู่กับฮับหรือสวิตช์ ที่คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ต้องเชื่อมต่อเข้า อย่างไรก็ตามการเลือกชนิดของการ์ดขึ้นอยู่กับงบประมาณและประเภทของเครือข่าย การเลือกควรเผื่อไว้สำหรับการขยายและการอัพเกรดเครือข่ายในอนาคตด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่าย



การที่คอมพิวเตอร์จะเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายได้ ต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานดังต่อไปนี้

  • คอมพิวเตอร์อย่างน้อย 2 เครื่อง
  • เน็คเวิร์คการ์ด หรือ NIC (Network Interface Card) เป็นการ์ดที่เสียบเข้ากับช่องเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
  • สื่อกลางและอุปกรณ์สำหรับการรับส่งข้อมูล เช่น สายสัญญาณ สายสัญญาณที่นิยมในเครือข่าย เช่น สายคู้เกลียวบิด และสายใยแก้วนำแสง เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์ เครือข่าย เช่น ฮับ สวิตซ์          เราท์เตอร์  เกตเวย์ เป็นต้น
  • โปรโตคอล (Protocol) โปรโตคอลเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่สามารถสื่อสารกันได้นั้นจำเป็นที่ต้องใช้ ภาษา หรือโปรโตคอลเดียวกัน            เช่น OSI, TCP/IP, IPX/SPX เป็นต้น
  • ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System) ระบบปฏิบัติการเครือข่ายจะเป็นตัวที่คอยจัดการเกี่ยวกับการใช้งานเครือข่ายของผู้ใช้งานแต่ละคน หรือเป็นตัวจัดการและควบคุมการใช้ทรัพยากรต่างๆ ของเครือข่า ระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่เป็นที่นิยม                                         เช่น windows server2003, Novell netware, sun solaris และ Red Hat Linux เป็นต้น

การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

   
 ความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงนั้น ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็น
เหตุผลหลักของการคิดค้นเทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การใช้เว็บและ mail เป็นกิจกรรมที่ทำกันมากที่สุดบนเครือข่าย อินเตอร์เน็ต หลายๆ องค์กรสร้างเครือข่ายเพื่อที่จะใช้อีเมล์และเว็บ ซึ้งอาจจะเป็นการใช้เฉพาะองค์กร หรือที่เรียกว่า "ระบบอินเตอร์เน็ต(Internet)" ซึ้งเป็นศูนย์รวมข้อมูลขององค์กร
เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารต่างๆ กับสมาชิกภายในองค์กร สมาชิกสามารถที่จะเข้ามาอ่านหรือสืบค้นข้อมูลเมือต้องการ 
    ความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายได้ ทำให้ความจำเป็นที่ต้องใช้เอกสารกระดาษในการสื่อสารลดน้อยลง เช่น หนังสือเวียนประเภทต่างๆ ที่ต้องส่งให้สมาชิกแต่ละคนในองค์กร แทนที่จะใช้กระดาษ ก็จะใช้วิธีการส่งแนบไปกับอีเมล์ เป็นต้นวิธีนี้ประเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารภายใน และในเวลาเดียวกัน เช่น ผู้จัดการสามารถติดต่อกับสมาชิกหลายๆ คน เพื่อนัดหมายการประชุมโดยใช้โปรแกรมไมโคซอฟต์เอาต์ลุด (Outlook) ได้

ทำไมต้องสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์



คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถทำงานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วถ้าทำงานได้รวดเร็วแล้วเราทำไมต้องมีความจำเป็นที่ต้องเชื่อมต่อเครือข่ายอีก คำตอบง่ายๆ ก็คือ มีแน่นอน การเชื่อต่อกันเป็นเครือข่ายนั้นมีข้อดีหรือประโยชน์ดังนี้

  • สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถแชร์ทรัพยากร เช่น เครื่องพิมพ์ ฮาร์ดิสก์ ซีดีไรเตอร์ ไว้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  • ประหยัดเนื่องจากสามารถแชร์ทรัพยากรร่วมกันได้
  • สามารถแชร์เอกสาร เช่น บันทึกข้อมูลต่างๆ ตารางข้อมูล ใบส่งของ บัญชีต่างๆ
  • สามารถใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ mail ในการติดต่อสื่อสารผู้ที่อยู่ห่างไกลได้อย่างรวมเร็ว
  • การสนทนาผ่านเครือข่าย หรือการแชต (chat)
  • การประชุมระยะไกล (Video conference)
  • การแชร์ไฟล์ต่างๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ เพลง เป็นต้น
  • การแชร์ software ต่างๆ เช่น ไมโคซอฟต์ออฟฟิศ  โปรแกรมฐานข้อมูล เป็นต้น

นี้้เป็นเพียงประโยชน์บางประการเท่านั้นการเชื่อมต่อเครืองข่ายยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ได่กล่าวม

เครือข่ายคอมพิวเตอร์คืออะไร





เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) คือระบบที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลาง และสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทรัพยากร (Resources) ที่มีอยู่ในเครือข่ายรวมกันได้
เช่น เครื่องพิมพ์  CD-ROM  scanner  เป็นต้น    การใช้ทรัพยากรเหล่านี้ร่วมกันทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
เมื่อมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกล เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลก
 ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้กับคนทั่วโลก
แนวคิดการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์นั้นเริ่มมาจากการที่ผู้ใช้ต้องการที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างมีประสิทธิภาพ
และรวดเร็ว คอมพิวเตอร์เดียว เป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการประมวลข้อมูลในปริมาณมากอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว
แต่ข้อเสียคือ ผู้ใช้ไม่สามารถแชร์ข้อมูลนั้นกันคนอื่นอย่างมีประสิทธิภาพได้
หากเราสารถที่จะนำคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องมาทำการเชื่อมต่อกันได้ก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น