จุดประสงค์ของการประดิษฐ์คอมในสมัยแรกนั้น เพื่อจะให้คอมพิวเตอร์ทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ เช่น การคำนวณเลข ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขจำนวนมากๆ มนุษย์จะใช้เวลาในการคำนวณมากและมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้มาก ในขณะที่คอมพิวเตอร์ สามารถคำนวณได้เร็วกว่า อีกทั้งยังมีความแม่นยำและมีความผิดพลาดน้อยกว่ามนุษย์กระทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงจะต้องทำงานกันเป็นหมู่คณะ หรือ ทีมเวิร์ค (teamwork)คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การจำแนกประเภทเครือข่าย

      

เครือข่ายสามารถจำแนกออกได้หลายประเภทแล้วแต่เกณฑ์ที่ใช้ คล้ายกับการจำแนกประเภทของรถยนต์ ถ้าใช้ขนาดเป็นเกณฑ์ ก็จะแบ่งได้เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก รถสิบล้อ รถไฟ เป็นต้น หรือถ้าใช้ลักษณะการใช้งานเป็นเกณฑ์ก็จะแบ่งได้เป็นรถโดสาร รถบรรทุกสินค้า รถส่วนบุคคล เป็นต้น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน สามารถจำแนกได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ เช่น ขนาด ลักษณะการแลกเปลี่ยนข้อมูลของคอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยทั่วไปการจำแนกประเภทของเครือข่ายมีอยู่ 3 วิธีคือ


  1. ใช้ขนาดทางกายภาพของเครือข่ายเป็นเกณฑ์ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
  • LAN (Local Area Network) : หรือเครือข่ายท้องถิ่น
  • WAN (Wide Area Network) : หรือเครือข่ายบริเวณกว้าง

     2. ใช้ลักษณะหน้าที่การทำงานของคองพิวเตอร์ในเครือข่ายเป็นเกณฑ์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้

  • peer-to-peer Network หรือเครือข่ายแบบเท่าเทียม
  • client-server Network หรือเครือข่ายแบบผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ
     3. ใช้ระดับความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเกณฑ์ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้คือ

  • Intranet หรือเครือข่ายส่วนบุคคลด
  • Internet หรือเครือข่ายสาธารณะ
  • Extranet หรือเครือข่ายร่วม

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ระบบปฏิบัติการเครือข่าย


   ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ OS (Operating System) ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการเข้าใช้ทรัพยากรต่างของโปรแกรมที่รันบนคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยคำจำ ฮาร์ดดิสก์ จอภาพ คีย์บอร์ด เมาส์ เป็นต้น ถ้าไม่มีระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ก็จะรันโปรแกรมต่างๆไม่ได้ ระบบเครือข่ายก็เช่นกัน จำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System) เพื่อทำหน้าที่จัดเก็บเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลผ่านทางเครือข่ายและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเครือข่าย เช่น เครื่องพิมพ์ ฮาร์ดดิสก์
 ฐานข้อมูล เป็นต้น คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายจำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการทั้งสองประเภท เพื่อที่จะทำหน้าที่จัดการภายในคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย 

     ระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ใช้ในปัจจุบันส่วนมากจะรองรับการใช้งานเครือข่ายอยู่แล้ว แต่อาจต้องติดตั้งโปรแกรมบางอย่างเพื่อให้สามารถใช้งานเครือข่ายได้ ในสภาพแวดล้อมของเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ทำหน้าที่ให้บริการกับไคลเอนท์ ส่วนไคเอนท์ทำหน้าที่ติดต้องใช้บริการเหล่านั้นให้สามารถใช้ได้เสมือนเป็นทรัพยากรของเครื่องไคลเอนท์เอง ระบบปฏิบัติการที่ออกแบบสำหรับทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ เช่น Netware 6.5, Windows Server 2003, Sun Solaris และ Linux เป็นต้น 

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เราท์เตอร์ Router

     เราท์เตอร์ (Router)  เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ 3 หรือเลอเยอร์เครือข่าย เราท์เตอร์จะฉลาดกว่าฮับและสวิตซ์ เราท์เตอร์จะอ่านที่อยู่ (Address) ขอสถานีปลายทางที่ส่วนหัว (Header) ของแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อใช้ในการกำหนดหรือเลือกเส้นทางที่จะส่งแพ็กเก็ตนั้นต่อไป ในเราท์เตอร์จะมีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเส้นทางให้แพ็กเก็ตเรียกว่า "เราติ้งเทเบิ้ล (Routing table)" หรือตารางการจัดเส้นทาง ข้อมู,ในตารางนี้จะเป็นข้อมูลที่เราท์เตอร์ใช้ในการเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดไปยังปลายทาง ถ้าเส้นทางหลักเกินขัดข้อง เราท์เตอร์ก็สามารถเลือกเส้นทางใหม่ได้


          นอกจากนี้เราท์เตอร์ยังสามารถส่งข้อมูลไปยังเครือข่ายที่ใช้โปรโตคอนต่างกันได้ โปรโตคอลที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 3 เช่น IP (Internet protocol), IPX (Internet Package Exchange) และ Apple Talk เป็นต้น นอกจากนี้เราเตอร์ยังสามารถเขื่อมต่อเครือข่ายระยะไกล (WAN) ได้ และยังสามารถเชื่อมต่อ
เครือข่ายเข้ากับเครือข่ายอื่นๆ ที่ใหญ่กว่า เช่น เครือข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นต้น



วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สวิตซ์ (Switch)

        

   สวิตซ์ (Switch) คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 2 สวิตซ์จะฉลาดกว่าฮับคือ
สวิตซ์สามารถส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังเฉพาะพอร์ตปลายทางเท่านั้นทำให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือสามารถส่งข็อมูลถึงกันละกันได้ในเวลาเดียวกัน การทำเช่นนี้ทำให้อัตราการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับสวิตซ์ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีแบนด์วิธเท่ากับสวิตซ์ เนื่องจากคุณสมบัตินี้เครือข่ายที่ติดตั้งใหม่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะนิยมใข้สวิตซ์มากกว่าฮับ เพราะจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการชนกันของข้อมูลในเครือข่าย

ฮับ (Hub)

  

 ฮับ (Hub) หรือบางที่ก็เรียกว่า "รีพีทเตอร์ (Re[eater)" คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มของคอมพิวเตอร์ฮับมีหน้าที่รับส่งเฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่ง ไปยังทุกๆ พอร์ตที่เหลือ คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับฮับจะแชร์แบนด์วิธหรืออัตราข้อมูลของเครือข่าย ฉะนั้นยิ่งมีคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อเข้ากับฮับมากเท่าใด ยิ่งทำให้แบนด์วิธต่อคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องลดลง ในท้องตลาดปัจจุบันมีฮับหลายชนิดจากหลายบริษัท ข้อแตกต่างระหว่างฮับเหล่านี้ก็เป็นจำนวนพอร์ต สายสัญญาณที่ใช้ ประเภทของเครือข่าย และอัตราข้อมูลที่ฮับรองรับได้


อุปกรณ์เรือข่าย

        อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบเครือข่ายทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการรับส่งข้อมูลในเครือข่าย หรือใช้สำหรับทวนสัญญาณเพื่อให้การส่งข้อมูลได้ในระยะที่ไกลขึ้น หรือใช้สำหรับขยายเครือข่ายให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอุปกรณ์เครือข่ายที่พบเห็นโดยทั่วไป เช่น ฮับ สวิตช์ เราท์เตอร์ เป็นต้น




วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable)

          
สายโคแอ็กเชียล(Coaxial Cable)  มีลักษณะคล้ายกับสายเคเบิลทีวีคือ มีแกนกลางเป็นทองแดง
ห่มหุ้มด้วนฉนวน แล้วหุ้มด้วยตาข่ายโลหะ ชั้นนอกสุดเป็นวัสดุป้องกันสายสัญญาณ สายประเภทนี้นิยมใช้มากในเครือข่ายสมัยแรกๆ แต่ปัจจุบันไม่มียมใช้แล้ว เปลียนไปใช้สายคู้บิดเกลียวแทน

สายสัญญาณ

ปัจจุบันมีสายสัญญาณที่ใช้เป็นมาตราฐานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อยู่ 3 ประเภทคือ
สายสัญญาณแต่ละประเภทมีทั้งข้อดีละข้อเสียงแตกต่างกันไป และเหาะกับการใช้างานในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งการเลือกใช้สายสัญญาณเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับประเภทและแบนด์วิธของเครือข่าย รวมทั้งงบประมาณด้วย




วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่าย



การที่คอมพิวเตอร์จะเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายได้ ต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานดังต่อไปนี้

  • คอมพิวเตอร์อย่างน้อย 2 เครื่อง
  • เน็คเวิร์คการ์ด หรือ NIC (Network Interface Card) เป็นการ์ดที่เสียบเข้ากับช่องเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
  • สื่อกลางและอุปกรณ์สำหรับการรับส่งข้อมูล เช่น สายสัญญาณ สายสัญญาณที่นิยมในเครือข่าย เช่น สายคู้เกลียวบิด และสายใยแก้วนำแสง เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์ เครือข่าย เช่น ฮับ สวิตซ์          เราท์เตอร์  เกตเวย์ เป็นต้น
  • โปรโตคอล (Protocol) โปรโตคอลเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่สามารถสื่อสารกันได้นั้นจำเป็นที่ต้องใช้ ภาษา หรือโปรโตคอลเดียวกัน            เช่น OSI, TCP/IP, IPX/SPX เป็นต้น
  • ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System) ระบบปฏิบัติการเครือข่ายจะเป็นตัวที่คอยจัดการเกี่ยวกับการใช้งานเครือข่ายของผู้ใช้งานแต่ละคน หรือเป็นตัวจัดการและควบคุมการใช้ทรัพยากรต่างๆ ของเครือข่า ระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่เป็นที่นิยม                                         เช่น windows server2003, Novell netware, sun solaris และ Red Hat Linux เป็นต้น

การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

   
 ความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงนั้น ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็น
เหตุผลหลักของการคิดค้นเทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การใช้เว็บและ mail เป็นกิจกรรมที่ทำกันมากที่สุดบนเครือข่าย อินเตอร์เน็ต หลายๆ องค์กรสร้างเครือข่ายเพื่อที่จะใช้อีเมล์และเว็บ ซึ้งอาจจะเป็นการใช้เฉพาะองค์กร หรือที่เรียกว่า "ระบบอินเตอร์เน็ต(Internet)" ซึ้งเป็นศูนย์รวมข้อมูลขององค์กร
เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารต่างๆ กับสมาชิกภายในองค์กร สมาชิกสามารถที่จะเข้ามาอ่านหรือสืบค้นข้อมูลเมือต้องการ 
    ความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายได้ ทำให้ความจำเป็นที่ต้องใช้เอกสารกระดาษในการสื่อสารลดน้อยลง เช่น หนังสือเวียนประเภทต่างๆ ที่ต้องส่งให้สมาชิกแต่ละคนในองค์กร แทนที่จะใช้กระดาษ ก็จะใช้วิธีการส่งแนบไปกับอีเมล์ เป็นต้นวิธีนี้ประเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารภายใน และในเวลาเดียวกัน เช่น ผู้จัดการสามารถติดต่อกับสมาชิกหลายๆ คน เพื่อนัดหมายการประชุมโดยใช้โปรแกรมไมโคซอฟต์เอาต์ลุด (Outlook) ได้

ทำไมต้องสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์



คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถทำงานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วถ้าทำงานได้รวดเร็วแล้วเราทำไมต้องมีความจำเป็นที่ต้องเชื่อมต่อเครือข่ายอีก คำตอบง่ายๆ ก็คือ มีแน่นอน การเชื่อต่อกันเป็นเครือข่ายนั้นมีข้อดีหรือประโยชน์ดังนี้

  • สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สามารถแชร์ทรัพยากร เช่น เครื่องพิมพ์ ฮาร์ดิสก์ ซีดีไรเตอร์ ไว้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  • ประหยัดเนื่องจากสามารถแชร์ทรัพยากรร่วมกันได้
  • สามารถแชร์เอกสาร เช่น บันทึกข้อมูลต่างๆ ตารางข้อมูล ใบส่งของ บัญชีต่างๆ
  • สามารถใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ mail ในการติดต่อสื่อสารผู้ที่อยู่ห่างไกลได้อย่างรวมเร็ว
  • การสนทนาผ่านเครือข่าย หรือการแชต (chat)
  • การประชุมระยะไกล (Video conference)
  • การแชร์ไฟล์ต่างๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ เพลง เป็นต้น
  • การแชร์ software ต่างๆ เช่น ไมโคซอฟต์ออฟฟิศ  โปรแกรมฐานข้อมูล เป็นต้น

นี้้เป็นเพียงประโยชน์บางประการเท่านั้นการเชื่อมต่อเครืองข่ายยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ได่กล่าวม

เครือข่ายคอมพิวเตอร์คืออะไร





เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) คือระบบที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลาง และสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทรัพยากร (Resources) ที่มีอยู่ในเครือข่ายรวมกันได้
เช่น เครื่องพิมพ์  CD-ROM  scanner  เป็นต้น    การใช้ทรัพยากรเหล่านี้ร่วมกันทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
เมื่อมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกล เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลก
 ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้กับคนทั่วโลก
แนวคิดการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์นั้นเริ่มมาจากการที่ผู้ใช้ต้องการที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างมีประสิทธิภาพ
และรวดเร็ว คอมพิวเตอร์เดียว เป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการประมวลข้อมูลในปริมาณมากอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว
แต่ข้อเสียคือ ผู้ใช้ไม่สามารถแชร์ข้อมูลนั้นกันคนอื่นอย่างมีประสิทธิภาพได้
หากเราสารถที่จะนำคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องมาทำการเชื่อมต่อกันได้ก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น