จุดประสงค์ของการประดิษฐ์คอมในสมัยแรกนั้น เพื่อจะให้คอมพิวเตอร์ทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ เช่น การคำนวณเลข ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขจำนวนมากๆ มนุษย์จะใช้เวลาในการคำนวณมากและมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้มาก ในขณะที่คอมพิวเตอร์ สามารถคำนวณได้เร็วกว่า อีกทั้งยังมีความแม่นยำและมีความผิดพลาดน้อยกว่ามนุษย์กระทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงจะต้องทำงานกันเป็นหมู่คณะ หรือ ทีมเวิร์ค (teamwork)คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เครือข่ายถ้องถิ่น Local Area Network

        เครือข่ายถ้องถิ่น (Local Area Network) เป็นรากฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท้่วไป กล่าวคือ เกือบทุกๆ เครือข่ายต้องมี LAN เป็นองค์ประกอบ เครือข่าย LAN อาจเป็นได้ตั้งแต่เครือข่ายแบบง่ายๆ เช่น มีคอมพิวเตอร์สองเครื่องเชื่อมต่อกันด้วยสายสัญญาณไปจนถึงเครือข่ายที่ซับซ้อน เช่น มีคอมพิวเตอร์เป็นร้อยๆเครื่องและมีอุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆ อีกมาก แต่ลักษณะสำคัญของเครือข่าย LAN ก็คือ เครือข่ายจะครอบคลุมพื้นที่จำกัด


     เทคโนโลยี LAN มีหลายประเภท เช่น Ethernet, ATM, Token Ring, FDDI เป็นต้น แต่ที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบันคือ อิเธอร์เน็ต (Ethernet) ซึ่งในอิเธอร์เน็ตเองยังจำแนกออกได้หลายประเภทมีทั้งข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การเลือกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ควรให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานเครือข่ายขององค์กร

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ประเภทของเครือข่ายแบ่งตามขนาดทางภูมิศาสตร์


 ถ้าใช้ขนาดทางกายภาพเป็นเกณฑ์ เครือข่ายสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ LAN หรือเครือข่ายท้องถิ่นและ WAN หรือเครือข่ายบริเวณกว้าง LAN เป็นเครือข่ายขนาดเล็กที่ครอบคลุมพื้นที่บริเวณจำกัด เช่น ภายในห้อง หรือ ภายในอาคารหนึ่ง หรืออาจจะครอบคลุมหลายอาคารที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน เช่น ในเขตวิทยาลัย ซึ่งบางที่เรียกว่าเครือข่าย "วิทยาเขต (Campus Network) " จำนวนของคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อกันใน LAN อาจมีตั้งแต่สองเครื่องไปจนถึงหลายพันเครื่อง ส่วน WAN เป็นเครือข่ายที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง เข่น ในพื้นเมื่อง หรืออาจจะครอบคลุมทั่วโลกก็ได้
เช่น เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
   เว็บบางเว็บอาจจะแบ่งเครือข่ายเป็น LAN, MAN, WAN ซึ่ง MAN(Metropolitan Area Network) เป็นเครือข่ายขนาดกลางระหว่าง LAN และ MAN และครอบคลุมพื้นที่เมือง ในช่วงหลังๆ เทคโนโลยีที่ใช้ใน MAN เป็นเทคโนโลยีเดียวกับเทคโนโลยี WAN ดังนั้นจึงจัดให้ MAN เป็นเครือข่ายประเภทเดียวกับ WAN

การจำแนกประเภทเครือข่าย

      

เครือข่ายสามารถจำแนกออกได้หลายประเภทแล้วแต่เกณฑ์ที่ใช้ คล้ายกับการจำแนกประเภทของรถยนต์ ถ้าใช้ขนาดเป็นเกณฑ์ ก็จะแบ่งได้เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก รถสิบล้อ รถไฟ เป็นต้น หรือถ้าใช้ลักษณะการใช้งานเป็นเกณฑ์ก็จะแบ่งได้เป็นรถโดสาร รถบรรทุกสินค้า รถส่วนบุคคล เป็นต้น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน สามารถจำแนกได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ เช่น ขนาด ลักษณะการแลกเปลี่ยนข้อมูลของคอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยทั่วไปการจำแนกประเภทของเครือข่ายมีอยู่ 3 วิธีคือ


  1. ใช้ขนาดทางกายภาพของเครือข่ายเป็นเกณฑ์ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
  • LAN (Local Area Network) : หรือเครือข่ายท้องถิ่น
  • WAN (Wide Area Network) : หรือเครือข่ายบริเวณกว้าง

     2. ใช้ลักษณะหน้าที่การทำงานของคองพิวเตอร์ในเครือข่ายเป็นเกณฑ์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้

  • peer-to-peer Network หรือเครือข่ายแบบเท่าเทียม
  • client-server Network หรือเครือข่ายแบบผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ
     3. ใช้ระดับความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเกณฑ์ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้คือ

  • Intranet หรือเครือข่ายส่วนบุคคลด
  • Internet หรือเครือข่ายสาธารณะ
  • Extranet หรือเครือข่ายร่วม

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ระบบปฏิบัติการเครือข่าย


   ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ OS (Operating System) ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการเข้าใช้ทรัพยากรต่างของโปรแกรมที่รันบนคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยคำจำ ฮาร์ดดิสก์ จอภาพ คีย์บอร์ด เมาส์ เป็นต้น ถ้าไม่มีระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ก็จะรันโปรแกรมต่างๆไม่ได้ ระบบเครือข่ายก็เช่นกัน จำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System) เพื่อทำหน้าที่จัดเก็บเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลผ่านทางเครือข่ายและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเครือข่าย เช่น เครื่องพิมพ์ ฮาร์ดดิสก์
 ฐานข้อมูล เป็นต้น คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายจำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการทั้งสองประเภท เพื่อที่จะทำหน้าที่จัดการภายในคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย 

     ระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ใช้ในปัจจุบันส่วนมากจะรองรับการใช้งานเครือข่ายอยู่แล้ว แต่อาจต้องติดตั้งโปรแกรมบางอย่างเพื่อให้สามารถใช้งานเครือข่ายได้ ในสภาพแวดล้อมของเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ทำหน้าที่ให้บริการกับไคลเอนท์ ส่วนไคเอนท์ทำหน้าที่ติดต้องใช้บริการเหล่านั้นให้สามารถใช้ได้เสมือนเป็นทรัพยากรของเครื่องไคลเอนท์เอง ระบบปฏิบัติการที่ออกแบบสำหรับทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ เช่น Netware 6.5, Windows Server 2003, Sun Solaris และ Linux เป็นต้น 

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โปรโตคอล Protocol



โปรโตคอล (Protocol) เป็นมาตรฐานการสื่อสารข้อมูลของคอมพิวเตอร์ หรืออาจกล่าวได้ว่าโปรโตคอลเป็น ภาษา ที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกัน ดังนั้นคอมพิวเตอร์ที่ต้องการสื่อสารจำเป็นที่ต้องใช้ ภาษา หรือโปรโตคอลเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะสื่อสารกันไม่ได้ ปัจจุบันโปรโตคอลที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือโปรโตคอล TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol)

ซึ้งเป็นโปรโตคอลที่ใช้ในระบบอินเตอร์เน็ตซึ้งเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากโปรโตคอลนี้แล้วยังมีโปรโตคอลอื่นๆ ที่นิยมใช้กันอยู่ เช่น
โปรโตคอล IPX/SPX(Internet Packet Exchange/Sequenced Packet Exchange) ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่พัฒนาโดยบริษัทโนเวลล์ สำหรับใช้กับระบบปฏิบัติการเน็ตแวร์ (Netware)

เราท์เตอร์ Router

     เราท์เตอร์ (Router)  เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ 3 หรือเลอเยอร์เครือข่าย เราท์เตอร์จะฉลาดกว่าฮับและสวิตซ์ เราท์เตอร์จะอ่านที่อยู่ (Address) ขอสถานีปลายทางที่ส่วนหัว (Header) ของแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อใช้ในการกำหนดหรือเลือกเส้นทางที่จะส่งแพ็กเก็ตนั้นต่อไป ในเราท์เตอร์จะมีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเส้นทางให้แพ็กเก็ตเรียกว่า "เราติ้งเทเบิ้ล (Routing table)" หรือตารางการจัดเส้นทาง ข้อมู,ในตารางนี้จะเป็นข้อมูลที่เราท์เตอร์ใช้ในการเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดไปยังปลายทาง ถ้าเส้นทางหลักเกินขัดข้อง เราท์เตอร์ก็สามารถเลือกเส้นทางใหม่ได้


          นอกจากนี้เราท์เตอร์ยังสามารถส่งข้อมูลไปยังเครือข่ายที่ใช้โปรโตคอนต่างกันได้ โปรโตคอลที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 3 เช่น IP (Internet protocol), IPX (Internet Package Exchange) และ Apple Talk เป็นต้น นอกจากนี้เราเตอร์ยังสามารถเขื่อมต่อเครือข่ายระยะไกล (WAN) ได้ และยังสามารถเชื่อมต่อ
เครือข่ายเข้ากับเครือข่ายอื่นๆ ที่ใหญ่กว่า เช่น เครือข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นต้น



วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สวิตซ์ (Switch)

        

   สวิตซ์ (Switch) คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 2 สวิตซ์จะฉลาดกว่าฮับคือ
สวิตซ์สามารถส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังเฉพาะพอร์ตปลายทางเท่านั้นทำให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือสามารถส่งข็อมูลถึงกันละกันได้ในเวลาเดียวกัน การทำเช่นนี้ทำให้อัตราการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับสวิตซ์ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีแบนด์วิธเท่ากับสวิตซ์ เนื่องจากคุณสมบัตินี้เครือข่ายที่ติดตั้งใหม่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะนิยมใข้สวิตซ์มากกว่าฮับ เพราะจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการชนกันของข้อมูลในเครือข่าย